วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต “พื้นฐานการใช้ชีวิต”

  • -0906169
  • 1465686757_-0906162
  • 1465686758_-0906163
  • 1465686758_-0906165
  • 1465686758_-0906166
  • 1465686759_-0906168
  • 1465686759_-09061610
  • 1465686759_-09061611
  • animals
  • 555
  • 100634
  • giant galapagos tortoise
  • mSQWlZdCq5b6ZLkt5GxUgm6kG0wUQDGa
  • pink-flamingo-1599114_960_720

  ในยุคก่อกำเนิดของสิ่งมีชีวิตนั้นกับสมัยปัจจุบันสิ่งมีชีวิตที่เราเห็นมีวิวัฒนาการจากสิ่งแรกเกิดมาหลายล้านปีแล้วดังนั้น  กว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีวิวัฒนาการมาหลายขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลง  จึงทำให้สิ่งมีชีวิตมีความหลากหลายมากกว่าเดิมในทางตรงกันข้ามหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสิ่งมีชีวิตนั้นก็จะอาศัยได้อย่างยากลำบากและอาจจะสูญพันธุ์ไปในที่สุด  สิ่งมีชีวิตก็จะมีสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่หรือมีการกลายพันธุ์  จากการขุดพบซากกระดูกและส่วนต่างๆของสิ่งมีชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งพืชและสัตว์และบางชนิดมีบรรพบุรุษจากสิ่งเดียวกัน  แต่มีวิวัฒนาการที่แตกต่างกันไปทำให้มีสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายขึ้นจึงได้มีการจำแนกเป็นหวดหมู่ตามหลักทางชีววิทยา  วิวัฒนาการไม่ได้เปลี่ยนแปลงทางด้านกายภาพเท่านั้นแต่ยังเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่  ซึ่งมีแนวคิดทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ได้มีแนวคิดวิวัฒนาการไว้

แนวคิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
มีแนวคิดต่างๆ  ที่หลักแนวความคิดในอดีตจาการคิดค้นวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต  อย่างเช่นเกิดจากปลาที่อยู่ในน้ำ  เกิดจากธาตุ  ดิน  น้ำ  ลม  ไฟ  เป็นต้น  แต่ยังมีแนวคิดที่ไม่มีเหตุผลสนับสนุนหรืออธิบายการเปลี่ยนแปลงนั้นได้  แต่มีแนวคิดต่างเชื่อในแต่ละเหตุผลที่แตกต่างกันไปอย่างเช่น


       

 1.แนวคิดของลามาร์ค  ลามาร์คเป็นผู้เสนอแนวคิดในยุคแรกซึ่งเมื่อก่อนต่างมีความคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจากวิวัฒนาการได้  ลามาร์คเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้รับความเชื่ออำนาจของพระเจ้าเป็นอย่างมากเลยได้รับแนวคิดสิ่งที่เกิดขึ้นเหนือธรรมมาชาติมาด้วย  แนวความคิดของเขามีอยู่ว่า  สิ่งมีชีวิตมีการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมเพื่อความอยู่รอดโดยการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและอำนาจที่เหนือธรรมชาติมีอยู่สองหลักการคือ
                 หลักการใช้ไม่ได้  เป็นหลักการที่บ่งบอกถึงความสำคัญของอวัยวะหากอวัยวะใดใช้เสมอและมีความจำเป็นต้องใช้จะมีขนาดใหญ่และแข็งแรง  หากสิ่งใดไม่จำเป็นจะมีขนาดเล็กและจะหายไปในที่สุด
                 การถ่ายทอดลักษณะที่เกิดขึ้น  หมายถึงอวัยวะใดที่ดีหรือไม่ดีจะสามารถถ่ายทอด  หมายถึงว่าพ่อแม่แขนใหญ่ลูกก็จะแขนใหญ่เช่นกัน  หลักงานที่ไม่ได้รับการยอมรับเพราะว่าถ้าลูกไม่ได้รับสารอาหารที่ดีหรือว่าไม่ได้ออกกำลังกายออาจจะแขนอาจจะเล็กได้เช่นกัน
แนวความคิดของลามาร์คยังบอกถึงความเปลี่ยนแปลงจะค่อยเป็นค่อยไปจากพ่อไปยังลูกหลายเรื่อยๆ  ต่อมาแนวความคิดของเขาไม่ได้รับการยอมรับแต่ถือได้เป็นแนวทางที่ดีในการคิดค้นของวิวัฒนาการมากขึ้นและมีผู้ศึกษาอย่างจึงจัง

          2.การคัดเลือกโดยธรรมชาติ  เป็นความคิดที่มีความสำคัญและมีบทบาทเป็นอย่างมากมีความต่อมาจนถึงปัจจุบัน  คือการคัดเลือกโดยธรรมชาติของ  ชาร์ลส์  ดาร์วิน  เป็นนักธรรมชาติวิทยาและเป็นนักพฤติกรรมนิยมจากการเดินทางไปที่ต่างๆทั่วโลกเป็นระยะเวลา 5 ปี  เขาได้พบว่าสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีวิวัฒนาการเกิดขึ้น  ซึงเมื่อก่อนเขาไม่ได้เชื่อเรื่องวิวัฒนาการ  ซึ่งได้เสนอแนวความคิดคือ
                –  สิ่งมีชีวิตมีลูกหลายได้จำนวนมาก  แต่ไม่สามารถที่จะอยู่รอดได้ทุกตัว
                –  ลูกหลานที่มากมีการเอาตัวรอดด้วยการต่อสู่แย้งอาหารเพื่อให้ตัวเองสามารถมีชีวิตและสืบพันธุ์ต่อไปได้
                –  สิ่งมีชีวิตมีการลักษณะการเอาตัวรอดเป็นแบบแปรผัน  และสามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานทำให้มีบางตัวสามารถที่จะปรับสภาพได้ดี
                –  ตัวที่อยู่รอดจะมีการสืบพันธุ์ในขณะที่ตัวไหนอ่อนแอก็มีจำนวนน้อยและก็หายไป
                –  เมื่อเวลาผ่านไป  สิ่งมีชีวิตจะปรับตัวและจะปรับตัวให้ดีขึ้นในขณะที่ตัวไหนไม่สามารถปรับตัวได้หรือปรับตัวไม่เหมาะสมก็จะหายไป
ตัวอย่าง  ยีราฟคอที่ยาวนั้นจะมีทั้งชนิดแบบคอสั้นและแบบคอยาวจากแนวคิดดังกล่าวยีราฟคอยาวจะถูกคัดให้มีชีวิตอยู่รอดและสืบพันธุ์ต่อมา  ส่วนยีราฟคอสั่นเนื่องจากหาอาหารกินไม่ได้จึงไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อได้และหายไปในที่สุด

         3.แนวความคิดสังเคราะห์ของวิวัฒนาการ  แนวความคิดนี้ได้ทำการปรับปรุงสังเคราะห์จาก ชาร์ลส์  ดาร์วินให้ดีขั้นนั้นเอง  เพราะว่าเดิมนั้นแนวความคิดดารคัดเลือกโดยธรรมชาติยังไม่สามารถอธิบายรายละเอียดในเรื่องการเปลี่ยนแปลงแบบผกผัน  และยังไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้อย่างไร  ใช้แนวความคิดเป็นแนวทางซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต่างให้ความคิดเป็นของตัวเอง

วิวัฒนาการของพืช
พืชมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยเริ่มแรกมีการอยู่อาศัยในน้ำทั่งหมดเสียก่อน  โดยเป็นสาหร่ายสีเขียวแกรมน้ำเงิน  และสาหร่ายสีเขียว โดยเริ่มจากพืชที่ไม่มีท่อลำเลียงไม่มีรากก่อน   พืชไม่มีรากก่อนแล้วจะมีรากขึ้นมาเพื่อดูอาหารได้รวดเร็วจึงมีระบบท่อลำเลียงอาหารที่ไปเลี้ยงลำต้นได้รวกเร็วและทั่วทั้งต้นได้มีการเคลือบชั้นนอกของเซลล์เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ  ช่วงก่อนไม่มีรากนั้นจะมีการเกิดได้ในบกมีความสูงประมาณ 4 นิ้วมีการใช้สปอร์ในการขยายพันธุ์  จากนั้นสปอร์มีการแยกออกเป็นเพศเมียและเพศผู้และต้องอาศัยพืชในการสืบพันธุ์ทั้งสองเพศเป็นที่มาของพืชมีดอกนั้นเอง  ในช่วงก่อน 60 ล้านปีมาพืชมีดอกมีจำนวนมาก  รวมถึงพืชชั้นต่ำอื่นๆ  บางชนิดเมื่อเกิดอุณหภูมิของโลกเปลี่ยนแปลงไปก็จะทำให้พืชเหล่านั้นหายสาบสูญไปเป็นจำนวนมาก  คงเหลือไว้อย่างเช่น  ตีนตุ๊กแก  หวาย  เฟริ์น

วิวัฒนาการของสัตว์
เริ่มแรกจากสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจากสัตว์เซลล์เดียว  เมื่อ 600 ล้านปีก่อนสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังมีจำนวนมาก  อย่างเช่นพวกหอย  หนอน  เป็นต้น  เริ่มแรกนั้นอาศัยอยู่ในน้ำเป็นพวกปลาโดยมีอายุกว่า 500 ล้านปีมาแล้วปลาจะมีมีกระดูดสันหลังมีลำตัวอ่อนนุ่มมีปากคล้ายปลา  หลังมาจึงมีเกล็ดมีขากรรไกลที่ปากแล้วจึงเป็นปลาในที่สุด  ต่อมาเมื่อ 370 ล้านมี  ปลาเริ่มมีวิวัฒนาการโดยมีขาที่งอกออกมากลายเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ  แต่ก่อนมีขนาดใหญ่เคลื่อนไหวได้ช้าจนพัฒนามาให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและยังสามารถที่จะรับรสและกลิ่นได้ด้วยมีน้ำลายเพื่อทำให้อาหารอ่อนนุ่ม  การที่เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำทำให้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องยึดอยู่กับน้ำอีกต่อไป  เมื่อ 37 ล้านปีจึงกลายมาเป็นสัตว์เลื้อยคลานโดยมีลำตัวเหมือนกันสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและสามารถอาศัยไปในที่ต่างๆได้  อย่างที่เราได้พบพวกเต๋า  แล้วมาเป็นงู  กิ่งกาในปัจจุบัน  วิวัฒนาการต่อมาของสัตว์เลื้อยคลานก็คือนก  เนื่องจากสัตว์พยายามหาแมลงจึงทำให้ปากมีความเหมาะสมกับการหาอาหารได้ง่าน  มีนิ้วที่ยาวใช้ในการเกาะกิ่งไม้  มีขนที่ช่วยให้ความอบอุ่นกับร่างกาย

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *