เผยชีวิต!! เรื่องราวคู่แฝดที่สามารถใช้ชีวิตอยู่โดยร่างติดมานานทั้งชีวิต

  • H-17

เมื่อปี 1950 ในช่วงเช้าของเดือนมกราคมที่มอสโก แฝดสยาม Masha และ Dasha Krivoshlyopova ได้คลอดออกมาด้วยวิธีการผ่าตัดคลอด

หลังจากที่ฟื้นจากการถูกวางยาชาแล้ว แพทย์ได้บอกกับคุณแม่ของแฝดสยามว่า ลูกของเธอจากเสียชีวิตหลังจากนี้เพียงไม่นาน…

แต่นั่นเป็นเพียงการสร้างเรื่องของเจ้าหน้าที่โซเวียตสตาลินเท่านั้น เพราะแทนที่จะพาแฝดสยามไปยังสถาบันทางการแพทย์มอสโก พวกเขากลับพาทารกไปสู่การทดลองที่น่ากลัว

 

Pyotr Anokhin นักสรีรวิทยาของโซเวียต ได้ทำการทดลองแยกระบบประสาทของแฝดสยามและตรวจดูระบบเลือดที่ส่งผลต่อความสามารถของร่างกายในการปรับตัว เช่น การอดนอน ความหิว และการตอบสนองต่ออุณภูมิที่เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

จากการตรวจสอบพบว่า แฝดสยาม Dasha และ Masha ใช้ระบบหลอดเลือดร่วมกัน แต่มีระบบประสาทที่แยกจากกัน จนกลายเป็นที่สนใจของผู้ที่ต้องการทำการทดลอง

 

 

แฝดสยามถูกนำตัวไปไว้ที่สถาบัน  Academy of Medical Sciences Pediatric Institute เพื่อให้ทีมสรีรวิทยาของ Anokhin ทำการทดลองต่อไปอีก 6 ปี

พวกเขาได้นำเปลที่แฝดสยามอยู่ไปไว้ในกล่องแก้วที่อยู่ถัดจากห้องทดลอง ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะใช้ฝาแฝดในการตรวจสอบผลกระทบของระบบเลือดและระบบประสาท

 

 

ตลอดการทดลอง แฝดสยามทั้งถูกเผา ถูกแช่แข็ง ถูกทำให้ตื่นตัวตลอดเวลา ถูกทำให้ทนกับความหิว ถูกฉีดสารกัมมันตภาพรังสีและสารอันตรายอื่นๆ เข้าสู่ร่างกาย ถูกช๊อตด้วยไฟฟ้า เพื่อทดสอบตามความต้องการของทีมทดลอง

หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลอง ได้ฝังเข็มในร่างกายของแฝดคนหนึ่ง จากนั้นก็ประเมินปฏิกิริยาของเธอ บางทีก็จับโยนลงไปในน้ำเย็นๆ เพื่อดูความแตกต่างของร่างกายแฝดสยาม

 

 

ที่เลวร้ายที่สุดคือ ทีมทดลองไม่เคยให้ความรักกับแฝดสยามเลย พวกเขามองทั้งสองเป็นเพียงเครื่องมือในการทดลองเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นแฝดสยามก็ยังมีการและกัน และจะคอยปลอบใจกันเสมอ

พวกเขามีแขนสี่ข้าง ลำไส้เล็กแยกกัน แต่ใช้ลำไส้ใหญ่กับทวารหนักร่วมกัน แฝดสยามมีไตสี่ข้าง แต่มีช่องปัสสาวะทางเดียวและใช้ระบบสืบพันธุ์ร่วมกัน

พวกเขามีหัวใจและปอดแยกกัน แต่ใช้ระบบเลือดเดียวกัน และอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าระบบประสาทของพวกเขาแยกกัน ส่งผลให้มีการรับรู้ที่ต่างกัน นอกจากนี้ในช่วงวัยเด็กแฝดคนหนึ่งเป็นโรคหัดแต่อีกคนไม่มี

 

 

นักข่าว Juliet Butler ได้พบกับแฝดสยามคู่นี้ในปี 1988 จนกลายเป็นเพื่อนกับพวกเขา เธอบอกว่า “หลังจากที่ฉันรู้จักพวกเขามา 12 ปี ฉันรู้ว่าทั้งคู่แตกต่างกันยังไง”

“Masha เป็นคนที่โดดเด่น มีเสน่ห์ โมโหง่าย และเห็นแก่ตัวนิดๆ ในขณะที่ Dasha เป็นคนเงียบๆ ถ่อมตัว ใจดีและรอบคอบเสมอ แต่ถึงจะต่างกันพวกเขาก็รักกันมาก”

 

 

Juliet เจ้าของผลงาน “ชีวิตฝาแฝด” ยังบอกอีกว่า Dasha อยากมีชีวิตเหมือนคนปกติ และตอนที่ยังเป็นเด็ก เธอเคยตกหลุมรักเด็กผู้ชายด้วย”

ในขณะที่น้องสาวของเธอ Masha ไม่สนใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ เธอชอบสูบบุหรี่ และอ่านนิตยสาร แต่ Dasha ทำงานเป็นคนซ่อมหลอดไฟ

 

 

Juliet บอกว่า “ในช่วงปลายยุค 90 ฉันได้รับจดหมายจากศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญในการแยกฝาแฝดติดกัน และเขาก็เสนอที่ทำการผ่าตัดแยกตัวให้กับ Masha และ Dasha”

ตอนที่รู้ข่าวเรื่องนี้ Dasha หันไปมองหน้า Masha กับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่ Masha กลับหันหน้าหนีและไม่สนใจที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น

 

 

ในสารคดีปี 2000 Dasha กล่าวไว้ว่า “ผู้คนมักเยาะเย้ยเราว่า คนสองหัว และได้ยินคำดูถูกอีกสารพัดอย่าง ส่ิงเหล่านี้ทำให้เราร้องไห้ด้วยความเสียใจเสมอ”

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็หาแม่ผู้ให้กำเนิดจนเจอ คือ Yekaterina Krivoshlyapova และเธอก็ได้ไปหาลูกๆ ในปี 1985

 

 

ต่อมาในปี 1988 พวกเขาได้ยื่นเรื่องไปยังรายการทีวี Vzglyad เพื่อทำให้พวกเขาเป็นอิสระจากการถูกควบคุม ซึ่งคำร้องครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี

แฝดสยามได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านทหารผ่านศึก ที่มีความสภาพความเป็นอยู่ที่ดีมาก พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ ทำทุกอย่างที่ต้องการ ซื้อทุกอย่างที่อยากซื้อ ซึ่งเงินเหล่านี้ได้มาจากการบริจาคผ่านองค์กรการกุศล

 

 

ในช่วงนี้มีแพทย์หลายคนเสนอผ่าตัดแยกร่างกายให้ แต่ทั้งคู่ปฏิเสธ แม้กระทั่งตอนที่ Masha เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2003 Dasha ก็ยังปฏิเสธการผ่าตัดอยู่ดี

ไม่นานหลังจากนั้น Dasha ก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล First City Hospital และเสียชีวิตใน 17 ชั่วโมงต่อมา เนื่องจากมีสารพิษในเลือดที่เกิดจากการสลายของร่างกายของ Masha

ในช่วงเวลานั้น แฝดสยามคู่นี้ถือเป็นแฝดที่มีอายุมากที่สุดในโลก…

 

 

สุดท้าย Juliet ได้พูดถึงเพื่อนผู้ล่วงลับว่า “Dasha เคยคิดเสมอว่าเธออยากมีชีวิตในโลกที่ผู้คนมองไม่เห็น อยู่ในที่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเขา ดังนั้นฉันคาดหวังว่าการเล่าเรื่องราวของพวกเขา จะทำให้ความฝันของเธอใกล้ขึ้นมาได้บ้าง เพราะตอนนี้ พวกเขาไม่อยู่แล้ว แต่เรื่องราวชีวิตของทั้งคู่ก็ยังคงเป็นที่กล่าวถึงเสมอ”

 

ที่มา mirror

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *