จากเรื่องเล่าผ่านทางสื่อ ให้ทั่วโลกได้รับรู้ถึงการเป็นอยู่ชีวิตโคที่แออัดที่สุด

  • h

สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เผยภาพที่น่าตกใจของฟาร์มโคนมแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ ณ Grange Dairy ใน Winfrith Newburgh ใกล้กับ Dorchester, Dorset

สำหรับภาพดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่อันแสนแออัดของ “ลูกวัว” ในฟาร์มกว่า 1,000 ตัว ที่ถูกขังเดี่ยวอยู่ในโรงเรือนขนาดเล็ก ซึ่งลูกวัวเหล่านี้ถูกเลี้ยงไว้เพื่อรีดนมให้กับซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำหลายแห่งของอังกฤษ รวมถึงแบรนด์ดังอย่าง Marks & Spencer

 

 

และถึงแม้ว่าในประเทศอังกฤษจะมีกฎหมายคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์ ที่ระบุเอาไว้ว่า ลูกวัวควรได้รับการเลี้ยงดูในโรงเรือนตอนอายุไม่เกิน 8 สัปดาห์

แต่ทว่าในทางกลับกัน ลูกวัวหลายตัวในฟาร์มแห่งนี้กลับมีอายุเกิน 6 เดือน และมีขนาดตัวที่ใหญ่เกินกว่าที่อยู่ของพวกมัน ดังนั้น ฟาร์มโคนมแห่งนี้จึงถูกคาดว่าอาจกระทำการผิดกฎหมาย

 

 

สำหรับฟาร์มโคนมดังกล่าวเป็นของบริษัท JF Cobb & Sons ซึ่งดำเนินการโดยครอบครัว Cobb มาตั้งแต่ปี 2471 อีกทั้งฟาร์มแห่งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มฟาร์มที่ส่งออกนมกว่า 240,000 ไพนต์ (30,000 แกลลอน) ในทุกๆ วันอีกด้วย

 

 

จากภาพที่ปรากฏให้เห็นอยู่นี้ถูกถ่ายขึ้นโดยกลุ่มสวัสดิการสัตว์ในประเทศอังกฤษ ที่แสดงให้เห็นว่าลูกวัวขนาดใหญ่บางตัวแทบจะไม่สามารถเดินไปข้างหน้า หรือข้างหลังได้เลย เนื่องจากที่ที่มันอาศัยอยู่มีขนาดที่คับแคบ และแออัดเป็นอย่างมาก

 

 

ทางด้าน ดร. Toni Shephard ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มสวัสิการสัตว์ (Animal Equality UK) ได้กล่าวว่า “ลูกวัวที่ถูกขังเดี่ยวในสถานที่ที่แสนแออัดเหล่านี้ ควรจะได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติในแบบที่มันควรจะเป็น และก็เป็นที่น่าตกใจอย่างมาก ที่มีวัวอายุเกินบางตัวก็ถูกคุมขังอยู่ในที่แห่งนี้เป็นเวลานานหลายเดือน”

นอกจากนี้ เธอยังกล่าวเสริมอีกว่า “เราได้เรียกร้องให้ทางแบรนด์ Marks & Spencer เลิกทำธุรกิจกับบริษัทผู้จัดจำหน่ายนมรายนี้ทันที และเราก็ขอเรียกร้องให้ซูเปอร์มาร์เก็ตทั้งหมด ไม่ยอมรับนมจากฟาร์มที่ละเมิดกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์

โดยในขณะนี้ ทางเรากำลังดำเนินการแก้ไขปัญหา และพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อรักษามาตรฐานให้ได้สูงสุด เพื่อจะได้รับการยอมรับจากองค์กรการกุศลด้านสวัสดิภาพสัตว์”

 

.

.

.

 

ทางด้าน Marks & Spencer ได้ออกมากล่าวว่า “เรารู้สึกผิดหวังมากที่ได้เห็นภาพเหล่านี้ การฝ่าฝืนในสิ่งที่ผิดกฏหมายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้…

ผู้เชี่ยวชาญของเราที่ได้ทำงานร่วมกับฟาร์มแห่งนี้ ก็เร่งดำเนินเพื่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทันที ซึ่งเราจะทำงานหนักเพื่อรักษามาตรฐานด้านสวัสดิการเอาไว้ให้ได้สูงที่สุด”

 

.

.

.

 

อย่างไรก็ตาม Nick Cobb หนึ่งในหุ้นส่วนของ JF Cobb ก็ได้ออกมาเผยว่า “ในฐานะที่ครอบครัวของผมทำธุรกิจเกี่ยวกับฟาร์มโคนม เราให้ความสำคัญกับการเลี้ยงสัตว์ของเราอยู่แล้ว อีกทั้งยังเรามุ้งเน้นในเรื่องการดูแลรักษาสัตว์อย่างเต็มที่ ซึ่งพวกมันก็มีสุขภาพที่ดีมาก

สัตว์ของเราอยู่ภายใต้การดูแลของสัตว์แพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งทางเราก็ได้ติดต่อไปยัง Marks & Spencer ผู้ที่ซื้อนมของเราไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และให้มั่นใจว่าที่ฟาร์มแห่งนี้มีการตรวจสอบมาตรฐานอย่างแน่นอน และไม่ต้องกังวลในเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ใดๆ เลย”

ที่มา : dailymail ,  metro , thesun

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *