วิธีดูแลจิตใจ เมื่อเจอกับความเศร้าเสียใจ

  • sad1
          ความโศกเศร้าจากการสูญเสียที่คิดว่าบรรเทาเบาบางลงไปบ้างแล้ว แต่เมื่อถึงวันครบรอบแห่งการสูญเสียนั้น ความรู้สึกเศร้าในแบบเดิม ๆ กลับมาอีกครั้ง จะรับมือยังไงดี

วิธีดูแลสภาพจิตใจ

ทุกๆการสูญเสียนำมาซึ่งความโศกเศร้า และหลาย ๆ
คนก็บอกว่าเวลาจะช่วยเยียวยาจิตใจเศร้า ๆ ให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง
ทว่าในเมื่อโลกใบนี้ยังหมุนไป
แน่นอนค่ะว่าวันครบรอบการสูญเสียจะวนกลับมาใหม่
พร้อมกับความรู้สึกเศร้าเสียใจเดิม ๆ เอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งทางจิตวิทยาเราจะเรียกภาวะนี้ว่า Anniversary Grief หรือความเศร้าในช่วงครบรอบการสูญเสีย และใครที่กำลังมีอารมณ์สีเทากับวันครบรอบแห่งการสูญเสีย
วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีเยียวยาจิตใจที่น่าจะพอทุเลาความโศกเศร้าของทุกคนได้บ้างมาฝากค่ะ

 
วิธีดูแลสภาพจิตใจ


1. เตรียมใจรับความเศร้า

เพื่อไม่ให้ความรู้สึกเศร้าจมลึกดิ่งลงไป
เราเองก็ควรเตรียมใจรับความเศร้าไว้แต่เนิ่น ๆ เลย
เพราะยังไงเรารู้ตัวดีอยู่แล้วว่าถึงวันนั้น ช่วงเวลานั้น
จะต้องเกิดความรู้สึกเศร้าเสียใจแน่นอน ดังนั้นก็เตรียมใจไว้ก่อนเลยว่า
ฉันจะเศร้า ฉันจะร้องไห้ ฉันจะรู้สึกโหวง ๆ ที่สำคัญต้องบอกตัวเองด้วยว่า
พอผ่านไปแล้วเดี๋ยวฉันจะค่อย ๆ รู้สึกดีขึ้น

2. ตระหนักรู้ถึงความรู้สึกเศร้า
ความเศร้าเกิดขึ้นได้ แต่เราเองก็ต้องรู้เท่าทันความรู้สึกเศร้า ๆ
หนัก ๆ ในใจที่เป็นอยู่ด้วยว่า นี่คือความรู้สึกธรรมดา
เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของชีวิตที่ได้พบกับความสูญเสีย
และความเศร้าก็เป็นปฏิกิริยาปกติในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้
ดังนั้นจึงต้องตระหนักและไม่คร่ำครวญ
จนชวนให้จิตฟุ้งไปกับอารมณ์เศร้าที่เกิดขึ้น


3. พยายามอยู่ห่างจากสิ่งเร้า

เพราะอารมณ์เป็นสิ่งที่อ่อนไหวง่ายค่ะ
โดยเฉพาะในช่วงที่จิตใจเราไม่แข็งแรงเหมือนในสภาวะปกติ
การย้อนกลับไปดูภาพเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ย้อนคิดถึงแต่เรื่องเดิม ๆ
ที่ยิ่งพาให้รู้สึกเศร้าใจ
สิ่งเร้าเหล่านี้อาจเป็นชนวนให้เราจมลึกกับความเศร้าโศกกันไปใหญ่
ดังนั้นพยายามมีสติให้มาก หากรู้ตัวว่าอารมณ์จมดิ่งลงเพราะได้ยินเพลง
ได้เห็นรูปภาพ หรือเห็นภาพเคลื่อนไหวในโทรทัศน์
ก็พยายามอยู่ห่างจากสิ่งเหล่านั้นสักครู่
เพื่อป้องกันไม่ให้จิตใจห่อเหี่ยวกว่าที่เป็นอยู่นั่นเอง

4. หากิจกรรมอื่นทำ
หากรู้สึกเศร้าแบบฉุดไม่อยู่ อยู่เฉย ๆ ไม่ไหว
มีแต่จะจมดิ่งลงไปทุกวินาที งั้นก็ออกไปหากิจกรรมที่ชอบทำเลยค่ะ
ถ้าเป็นกิจกรรมอาสาจะยิ่งดี เพราะเราจะได้เห็นความรู้สึกของคนรอบข้าง
ที่อาจมีความเดือดร้อน อาจเป็นทุกข์เหมือน ๆ กัน
หรือหากไม่ไหวที่จะออกไปพบปะสังคม ลองเล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือปลูกต้นไม้
อ่านหนังสือ
หากิจกรรมอะไรก็ได้ที่คิดว่าน่าจะช่วยเบี่ยงเบนความรู้สึกของเราไม่ให้จมอยู่กับความเศร้าโศกอย่างเดียว

5. ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

หากเห็นคนรอบข้างมีความเศร้าโศก พูดน้อยลง ซึม
พร้อมกับรู้สึกได้ถึงมวลแห่งความหดหู่รอบ ๆ กาย อยากให้ส่งยิ้มให้กัน
ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะแม้จะไม่รู้จักกันเลยก็ตาม
แต่บางกิริยาทำให้เรารับรู้ได้ว่าเขาเศร้า เราเองก็เศร้า
แต่ยังไงเราจะผ่านความรู้สึกเศร้านี้ไปด้วยกัน

วิธีดูแลสภาพจิตใจ

6. แชร์ความรู้สึกกับคนรอบข้าง

ในกรณีที่รู้สึกว่าตัวเองแบกรับความเศร้าไม่ไหว
ทำอย่างไรก็ไม่หายเศร้า แนะนำให้แชร์ความรู้สึกนั้นกับคนรอบข้าง
พูดให้เขาฟังว่าเรารู้สึกยังไง เศร้ายังไง ทนไม่ไหวยังไง
การได้ระบายออกไปบ้างจะช่วยบรรเทาความรู้สึกหนักอึ้งที่อยู่ในใจเราได้
แล้วพอพูดจนเหนื่อย ร้องไห้จนหมดแรง
เชื่อเถอะค่ะว่าตอนนั้นแหละเราจะรู้สึกดีขึ้น


7. ปรึกษาแพทย์

สำหรับเคสที่มีอาการซึมเศร้ามาก่อนหน้านี้ หรือมีความกดดันบางอย่าง
มีเรื่องรอบตัวที่ทำให้ไม่สบายใจ
และรู้สึกว่าทุกสิ่งมันถาโถมเข้ามาจนเกินรับมือไหว
จนกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน ลองปรึกษาจิตแพทย์ดูนะคะ
หรือโทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ก็ได้เหมือนกัน

7วิธีดูแลจิตใจเบื้องต้นเป็นเพียงแนวทางการดูแลจิตใจในช่วงที่ต้องวนมาเจอกับความเศร้าเสียใจอีกครั้ง
ซึ่งเราเองก็อยากให้ทุกคนก้าวผ่านความเศร้านี้ได้อย่างรอดปลอดภัย
ไม่กระทบกับสุขภาพกายหรือสุขภาพใจใด ๆ ทั้งสิ้นนะคะ

ภาพจาก pixabay
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
เฟซบุ๊กเข็นเด็กขึ้นภูเขา
เฟซบุ๊กสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย

ขอขอบคุณ kapook.com

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *