WHO รับรองยาต้านไวรัสเอดส์ไทย คุณภาพเทียบเท่ายาต้นเเบบ เเต่ราคาถูกกว่าหลายเท่า

  • 0301A_1

             ยาต้านไวรัสเอดส์ Efavirenz Tablets 600 mg ขององค์การเภสัชกรรม ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก สามารถส่งขายได้ทั่วโลกถึง 20 ประเทศ ขณะนี้ฟิลิปปินส์สนใจสั่งซื้อถึง 50 ล้านบาท

ต้านไวรสเอดส์
          
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เว็บไซต์องค์การเภสัชกรรม
รายงานว่า ผลิตภัณฑ์ยาต้านไวรัสเอดส์ ที่ได้รับการรับรอง เป็นยา Efavirenz
Tablets 600 mg ขององค์การเภสัชกรรม ซึ่งผลิตที่โรงงานผลิตยารังสิต 1 คลอง
10 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับรองมาตรฐานสากล WHO Prequalification
Program (WHO PQ) จากองค์การอนามัยโลก (WHO) กรุงเจนีวา
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
 โดย นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า
ยาตัวดังกล่าวนับเป็นยารายการแรกของประเทศไทย
และเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศสมาชิกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ที่ได้รับรองมาตรฐานสากล WHO PQ ซึ่ง WHO จะขึ้นบัญชีรายการยา Efavirenz
Tablets 600 mg ขององค์การเภสัชกรรม ไว้ใน WHO Prequalified List
ที่แสดงอยู่บนเวบไซต์ของ WHO เพื่อให้หน่วยงานหรือองค์กรสาธารณสุขนานาชาติ
จัดซื้อยาจากผู้ผลิตที่ได้ผ่านกระบวนการตรวจรับรองที่เข้มงวดนี้แล้วเท่านั้น

ต้านไวรสเอดส์

            

ทั้งนี้ ยาต้านไวรัสเอดส์ Efavirenz Tablets 600 mg
เป็นยาที่ผู้ป่วยเอดส์มีความจำเป็นต้องใช้
เนื่องจากเป็นยาต้านไวรัสที่แนะนำให้เป็นสูตรแรก (First line regimen)
ตามแนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อ HIV ของประเทศไทย
ที่ในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อที่ใช้ยานี้ประมาณ 80,000 ราย

โดยยาต้านไวรัสเอดส์ Efavirenz จะช่วยลดปริมาณเชื้อ HIV ในร่างกาย
และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
รวมทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ HIV เช่น
การติดเชื้อของโรคฉวยโอกาสซึ่งเสี่ยงต่อการป่วยเป็นวัณโรค
การติดเชื้อที่นำไปสู่การเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก
ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV ให้ดีขึ้น

 

           นอกจากนี้ ยาตัวดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยในภูมิภาคอาเซียน
หรือประเทศอื่น ๆ อีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ที่เข้าร่วมโครงการ WHO
Collaborative Registration Procedure ซึ่งเป็นความร่วมมือของ WHO
กับหน่วยงานกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยาแต่ละประเทศ ส่งผลให้องค์การฯ
สามารถขึ้นทะเบียนตำรับยา Efavirenz
ไปยังประเทศเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนตำรับยาไปยังประเทศฟิลิปปินส์
คาดว่าจะมีมูลค่าการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นราว 50 ล้านบาท

ด้าน ดร. ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ รองผู้อานวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า
หลังจากโรงงานผลิตรังสิต 1 เริ่มเปิดสายการผลิตในปี 2558
และได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP PIC/s จากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(อย.) ทางองค์การฯ ได้เดินหน้าตามแผนการขอรับรอง WHO PQ
โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้ในการผลิตยา Efavirenz
จากบริษัท Mylan Laboratories Limited ประเทศอินเดีย
ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาชั้นนำของโลก และนำผลิตภัณฑ์ยาขององค์การฯ
ไปศึกษาเปรียบเทียบกับยาต้นแบบชื่อ SUSTIVA® ของบริษัท Bristol Myers
Squibb ประเทศสหรัฐอเมริกา
ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการจัดเตรียมเอกสารทะเบียนตำรับตามข้อกำหนดของ WHO

           องค์การฯได้ผ่านกระบวนการตรวจรับรองอย่างเข้มงวด
ในที่สุดก็ได้รับการขึ้นบัญชีรายการยาต้านไวรัสเอดส์ จาก WHO PQ
เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา
นับเป็นความสาเร็จอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญขององค์การฯ
และเมื่อได้การรับรองแล้ว องค์การฯ จะรักษามาตรฐานนี้ต่อไป ซึ่ง WHO
จะมีการตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การรับรองนี้คงอยู่ในรายการยาของ
WHO และเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง องค์การฯ ยินดีให้หน่วยงาน
บริษัทผู้ผลิตยา และสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
ใช้เป็นแหล่งศึกษาดูงานเพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตยาของไทย
และประเทศต่าง ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ องค์การฯ
ยังมีแผนดำเนินการคัดเลือกรายการยาเพิ่มเติม สำหรับยื่นขอการรับรอง WHO PQ
ในกลุ่มยาต้านไวรัสเอดส์, ยารักษาวัณโรค หรือ ยารักษามาลาเรีย ที่ WHO
กำหนดต่อไป

           โดยยาต้นแบบมีราคาสูงถึงกระปุกละกว่า 1,000 บาท
แต่ยาต้านไวรัสเอดส์ Efavirenz ของ องค์การเภสัชกรรม
ที่มีคุณภาพเทียบเท่ายาต้นแบบ ราคาเพียงกระปุกละ 180 บาท
จึงทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงการรักษาได้มากยิ่งขึ้น

            ขณะที่ทางเพจ Drama-addict ได้แชร์โพสต์ข่าวดังกล่าว พร้อมแสดงความคิดเห็นว่า
นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ทั่วโลก
ที่สามารถสั่งซื้อตัวยาดังกล่าวในราคาที่ถูกมาก ๆ แค่ 180 บาทต่อขวด
เมื่อเทียบราคายาต้นแบบที่ราคาอยู่ที่ขวดละ 1 พันบาท
แถมองค์การอนามัยโลกได้ให้การรับรอง Efavirenz ที่ผลิตในประเทศไทย
และนานาประเทศที่ต้องการยาตัวนี้ในราคาไม่แพง
ก็กำลังติดต่อมาขอซื้อจากบ้านเราได้เลย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
เว็บไซต์องค์การเภสัชกรรม

ขอขอบคุณ เว็บไซต์องค์การเภสัชกรรม   Drama-addict   http://kapook.com

 

 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *