นานาประโยชน์ของ “ชาใบขลู่” ดีต่อสุขภาพ

  • Exif_JPEG_PICTURE
    Exif_JPEG_PICTURE
  • ขลู่อาจจะไม่ใช้พืชที่คนไทยรู้จักกันดีนักเพราะไม่ใช้พืชผักสวนครัวรับประทานกันอยู่ประจำ แต่ในบางพื้นมีการใช้ขลู่กันมาอย่างยาวนานทั้งในด้านของการรักษาและส่งเสริมสุขภาพ
    ชื่อท้องถิ่น หนวดงิ้ว หนาดงัว หนาดวัว(อุดรธานี)ขี้ป้าน(แม่ฮ่องสอน) คลู(ใต้)
    ลักษณะของต้น เป็นไม่พุ่มขนาดเล็กลำต้นกลมสีน้ำตาลแดงหรือเขียว ลำต้นและกิ่งก้านมีขนละเอียดปกคลุม ยอดและใบเดี่ยวสีเขียวอ่อนใบกลมมนปลายใบหยัก ดอกออกเป็นช่อประกอบด้วยดอกเล็กๆสีขาวอมม่วง
  • ตามตำรายาไทย ใช้แก้ริดสีดวง แก้กษัย ขับนิ่ว ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ แก้ปัสสาวะพิการ มุตกิจระดูขาว เป็นยาอายุวัฒนะสมานภายนอกและภายใน แก้ไข้ ใบสดแก่ นำมาตำแล้วบีบเอาน้ำ ทาตรงหัวริดสีดวงทวารทำให้หัวริดสีดวงหดหายไป นำใบมาตำผสมกับเกลือกินรักษากลิ่นปากและระงับกลิ่นตัว แพทย์แผนโบราณใช้ใบขลู่สดพอกรักษาแผลที่เกิดจากอาการเนื้อตายหรือนำใบขลู่มาชงชาหรือต้มเพื่อใช้รักษาอาการนิ่วในไต (ยาขับปัสสาวะ) อาการอักเสบอาการปวดหลัง และ อาการตกขาว
  • ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาจากการทดลองในสัตว์ โดยใช้ต้นขลู่แห้ง 10 กรัม เติมด้วย 200 cc. ต้มให้เดือนแล้วรินเอาน้ำออก แล้วนำไปให้หนูขาวทดลองกินพบว่ายาต้มที่ได้จากต้นขลู่จะมีฤทธิ์ทำให้ขับปัสสาวะได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับยาขับปัสสาวะแผนปัจจุบัน (Hydrochlorothiazide) ปรากฏว่าสามารถขับปัสสาวะได้ดีกว่าและสูญเสียเกลือแร่ในร่างกายน้อยกว่าการใช้ยาแผนปัจจุบัน
  • วิธีใช้เป็นยาแก้อาการขัดเบา ขับนิ่ว ขับปัสสาวะ วันละ1กำมือ(สดหนัก40-50กรัมแห้งหนัก15-20กรัม)หั่นเป็นชิ้นๆต้มเอาน้ำดื่ม วันละ3ครั้งก่อนอาหารครั้งละ1ถ้วยชา(75มิลลิลิตร)
  • วิธีใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ บำรุงไต รักษาไตไม่ให้ไตเสื่อม ให้ทำเป็นชาดื่ม
    การดื่มชาขลู่อาจทำให้รู้สึกตัวเบาเนื่องจากใบขลู่มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะมีผลทำให้ปัสสาวะบ่อยหลักการดื่มชาขลู่เพื่อเสริมสร้างสุขภาพก็คล้ายกับการดื่มชาจีนชาเขียวและชาสมุนไพรชนิดอื่นๆ คือ ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะสมควรต่อวัน (1-2แก้วต่อวัน) ดื่มระหว่างมื้ออาหาร และไม่ดื่มชาที่เหลือค้างคืนทั้งนี้ควรสังเกตการณ์ตอบสนองของร่างกายว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ถ้ามีควรงดการดื่ม คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับชาขลู่ มีดังนี้
  • ปริมาณการซื้อในแต่ละครั้งควรซื้อในปริมาณที่สามารถบริโภคหมดภายในสี่เดือนเพราะสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเสื่อมสลายได้ตามระยะเวลาการเก็บสังเกตได้จากสีของชาขลู่จะเปลี่ยนเป็นสีออกเหลืองเนื่องจากเกิดการสลายตัวของรงควัตถุสีเขียวคลอโรฟิลล์ทำให้เห็นสีเหลืองของรงควัตถุสีเหลืองกลุ่มคาร์โรทีนอยด์ที่มีความเสถียรมากกว่า
    ควรเก็บชาขลู่ในภาชนะทึบแสงและปิดสนิทเพื่อกันการสลายตัวของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเนื่องจากแสงและกันการได้รับความชื้นซึ่งอาจทำให้มีการเจริญของเชื้อราได้การเตรียมชาขลู่จากใบชาขลู่สดหรือแห้งควรเป็นการต้มในน้ำใกล้เดือดและต้มนานอย่างน้อย30 นาที เพื่อให้สามารถสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพให้ได้มากเพียงพอ
    การเตรียมชาขลู่จากใบชาขลู่สดหรือแห้งควรเป็นการต้มในน้ำใกล้เดือดและต้มนานอย่างน้อย30 นาที เพื่อให้สามารถสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพให้ได้มากเพียงพอ
  • อ้างอิง
    1. ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. ขลู่ (Khlu) [อินเทอร์เน็ต].(ม.ป.ป.) [เข้าถึงเมื่อ 26 ส.ค. 2558]. เข้าถึงได้จาก: http://www.phargarden.com/main.php?Action= viewpage&pid=24
    2. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. ใบขลู่: คุณค่าทางโภชนาการ ฤทธิ์ทางชีวภาพและความเป็นพิษ [อินเทอร์เน็ต].(ม.ป.ป.) [เข้าถึงเมื่อ 26 ส.ค. 2558]. เข้าถึงได้จาก: http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/227/ใบขลู่-ประโยชน์-โทษ-ฤทธิ์-ความเป็นพิษ/

สินค้าที่เกี่ยวข้อง 

คลิก!

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *